บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

เดินเล่นริมคลอง ชมตลาดร่มบวร มองย้อนอดีต

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 - 10:45 น.
AA 43

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีโอกาสไปเดินยลชมตลาดแห่งใหม่ที่จัดขึ้นในลักษณะตลาดย้อนยุค ย้อนวันวานกลับไปสู่สมัยรัชกาลที่ ๕ ตลาดที่ชื่อว่า "ตลาดร่มบวร"

ตลาดร่มบวร ริมคลองประดู่
ตลาดร่มบวร ริมคลองประดู่

"ตลาดร่มบวร" หมายถึง การอยู่ร่วมกันภายใต้ความร่วมมือร่วมใจ ของ "บ้าน" "วัด" "โงเรียน" (รวมถึงราชการ) 

ภายในตลาดร่มบวรนั้นมีการจำลองวิถีชีวิต มีการละเล่นเด็กๆ การแสดงไทยๆ ดนตรีไทยบรรเลงสด หุ่นกระบอกจากเพชรบุรี(ลูกศิษย์อาจารย์โจ หลุย) เป็นต้น รวมทั้งมีการจำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นบ้านแบบไทยๆ โดยพ่อค้าแม่ค้าต่างแต่งกายด้วยชุดไทย นำอาหารคาวหวานแบบไทยๆ มาวางจำหน่ายในราคาไม่แพงสามารถเลือกซื้อมานั่งกินอาหารตามโต๊ะที่จัดไว้ หรือ จะเลือกแบบนั่งกับพื้น ชมการแสดงหรือดนตรีจากนักเรียน ได้บรรยากาศไปอีกแบบ สนใจสามารถเดินทางมาเที่ยวชมตลาดแห่งนี้ได้ ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่ 10 โมงเช้าเป็นต้นไป หากมาวันธรรมดาสามารถเข้าเยี่ยมชมพิพิธพัณฑ์ และกราบนมัสการพระในวัดประดู่ ได้ทุกวัน

การเดินทางสะดวกจากกรุงเทพมหานคร 115 กม. (ทางไปอัมพวา-วัดเพลง) ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม. 30 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 034 - 772299 วัดประดู่ (พระอรามหลวง)

ตลาดร่มบวร ตั้งอยู่ภายในบริเวณ วัดประดู่ (พระอารามหลวง) อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ตั้งแต่บริเวณริมคลองประดู่ คลองประดู่ที่เป็นสายน้ำเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โดยจัดเป็นชุมชนตลาดไทยโบราณ ที่ย้อนวันวานกลับไปสู่สมัยรัชกาลที่ ๕ ที่พระองค์ทรงเสด็จประพาสต้น คลองประดู่และทรงเสด็จมาประทับ ณ บริเวณท่าน้ำหน้าวัดประดู่ 

ต้นสะเดา ริมคลองวัดประดู่ จุดผูกเรือพระที่นั่ง เมื่อครั้ง ร.๕ เสร็จประพาสต้น
ต้นสะเดา ริมคลองวัดประดู่ จุดผูกเรือพระที่นั่ง เมื่อครั้ง ร.๕ เสร็จประพาสต้น

ตามจดหมายเหตุ เรื่องเสด็จประพาสต้น ในรัชกาลที่ ๕ ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ บันทึกว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเคยแวะทำครัว เสวยพระกระยาหารเช้า ที่วัดแห่งนี้ ซึ่งในปัจจุบันยังคงปรากฎร่องรอย จุดผูกเรือ พระที่นั่ง บริเวณต้นสะเดาใหญ่ที่ริมน้ำหน้าวัด ด้วยพระราชศรัทธาในหลวงปู่แจ้ง อดีตเจ้าอาวาสวัดประดู่แห่งนี้เป็นอย่างมาก พระองค์ท่านยังได้ทรงนิมนต์หลวงปู่แจ้ง เข้าไปงานพระราชพิธี ในพระราชวังอีกหลายครั้ง และยังได้ทรงพระราชทาน เครื่องราชศรัทธามากมาย อาทิเช่น เรือเก๋งพระที่นั่ง พระแท่นบรรทม ตาลปัตร ปิ่นโต สลกบาตร เป็นต้น โดยสิ่งของที่ได้นั้นได้ถูกจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ภายในวัด ภายในอาคาร“พิพิธภัณฑ์เครื่องราชศรัทธา พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕” ซึ่งนักท่องเที่ยวเข้าชมได้ฟรี นอกจากสิ่งของพระราชทานแล้วภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีประติมากรรมรูปเหมือนจากดินสอพอง ผลงานของหลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ หรือ พระภาวนาวิสุทธิโสภณ เจ้าอาวาสวัดประดู่ โดยท่านได้จัดสร้างหุ่นหลวงปู่แจ้ง และหุ่นเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งลุ่มน้ำแม่กลองจำนวนหลายหุ่น เช่น หลวงพ่ออ้น วัดบางจาก หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม หลวงพ่อบ่าย วัดช่องลม หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี หลวงพ่อหยอด วัดแก้วเจริญ หลวงพ่อคลี่ วัดประชาโฆสิตาราม หลวงพ่อใจ วัดเสด็จ  สมเด็จพระธีรญาณมุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดปทุมคงคาเจ้าคณะภาค๑ เป็นต้น

ภายในวัดประดู่
ภายในวัดประดู่
พระอุโบสถวัดประดู่ ยามเย็น
พระอุโบสถวัดประดู่ ยามเย็น

วัดประดู่ เป็นวัดเก่าแก่ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ราวปี พ.ศ. ๒๓๒๐ คือช่วงเสียกรุงฯหรืออยู่ในช่วงกรุงธนบุรี ปัจจุบันวัดได้รับการพัฒนาให้มีความสะอาด สงบ ร่มรื่น และเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นชุมชน โดยมีแนวทาง “วัดเป็นศูนย์กลางชุมชน” ทำให้วัดเป็นศูนย์กลางจิตใจของชุมชน

หนุมานถือสปอร์ตไลต์ ความลงตัวของสมัยใหม่กับศิลปะแบบเดิม
หนุมานถือสปอร์ตไลต์ ความลงตัวของสมัยใหม่กับศิลปะแบบเดิม

บริเวณภายในวัดสงบและเป็นระเบียบ จากลานจอดรถข้างพระอุโบถเมื่อมองไปฝั่งตรงข้ามจะพบกับอาคารไม้สองชั้นขนาดใหญ่ (ศาลามหาปราบ) อยู่ด้านหลังศาลาไม้ขนาดเล็ก ๒ หลังซึ่งทางด้านซ้ายมือจะเป็นศาลาสำหรับบูชาดอกไม้ธูปเทียน และพื้นที่ทำบุญสังฆทานตามกำลังศรัทธา 

ลวดลายระเบียงราย ภายในอุโบสถซึ่งได้รับการบูรณะเมื่อไม่นานมานี้
ลวดลายระเบียงราย ภายในอุโบสถซึ่งได้รับการบูรณะเมื่อไม่นานมานี้

ส่วนศาลาไม้ขนาดเล็กด้านขวาประดิษฐานประติมากรรมรูปเคารพ อันประกอบด้วย รูปจำลองพระพุทธชินสีห์บารมีแสน หรือหลวงพ่อใหญ่ ประติมากรรมบรมครูปู่ฤาษี ประติมากรรมรูปกุมารแก้วสมุทร ประติมากรรมเต่าขนาดใหญ่ และพระพุทธรูปประจำวันเกิด 

ดาวเพดานและภาพวาดบนเพดาน
ดาวเพดานและภาพวาดบนเพดาน

ศาลามหาปราบ นั้นโดดเด่นด้วยภาพเขียนสีบนเพดานเป็นรูปหนุมานและพุทธประวัติ รวมทั้งลวดลายคันทวยบนหัวเสาที่แกะสลักเป็นรูปหนุมานตกแต่งด้วยการเขียนสี มีประติมากรรมหนุมาน และรูปเคารพ เกจิอาจารย์หลายท่าน และจุดเด่นที่สำคัญในส่วนของอาคารหลังนี้อยู่ที่โบราณวัตถุที่ดูธรรมดาๆ แต่เรื่องราวที่บอกเล่าต่อกันมานั้นเป็นที่อัศจรรย์นัก นั้นคือ กระถางน้ำพระพุทธมนต์วัดประดู่ ซึ่งสามารถสืบสาวราวเรื่องไปถึงครั้งแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง โดยข้อมูลจากป้ายอธิบายประวัติกระถางน้ำพระพุทธมนต์วัดประดู่ พระอารามหลวง บนศาลามหาปราบ วัดประดู่ พระอารามหลวง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เขียนว่า

“หลวงปู่แจ้ง ได้ใช้กระถางน้ำมนต์ใบนี้ทำน้ำพระพุทธมนต์เพื่อรดรักษาบรรดาชาวบ้านที่เจ็บป่วยด้วยโรคภัยต่างๆ แลในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังได้ทรงทอดพระเนตรหลวงปู่แจ้งรดน้ำพระพุทธมนต์รักษาโรคให้แก่ชาวบ้านเมื่อคราวเสด็จประพาสต้น ครั้นหลวงปู่แจ้งมรณภาพลงแล้ว หลวงปู่แจ่มก็ได้ใช้กระถางใบนี้ทำน้ำพระพุทธมนต์รักษาคนเจ็บไข้ต่อจากหลวงปู่แจ้ง หลังจากหลวงปู่แจ่มมรณภาพลง หลวงตาอยู่ ยังได้ใช้กระถางนี้ทำน้ำพระพุทธมนต์รักษาผู้คนที่ป่วยไข้จนตลอดอายุของท่าน จากนั้นจึงได้งดใช้ในกิจต่างๆ ระยะหนึ่ง เพราะไม่มี ‘พระหมอน้ำมนต์’ แต่ภิกษุสามเณรในอารามยังคงช่วยกันดูแลใส่น้ำเลี้ยงกระถางไว้ เพื่อไม่ให้ผุกร่อนก่อนกาลเวลาอันควร จนกระทั่งเมื่อพระครูพิศาลจริยาภิรมย์ (พระมหาสุรศักดิ์ อติสกฺโข) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส จึงได้รวบรวมน้ำพระพุทธมนต์จาก ๑๐๘ วัด มาบรรจุไว้ในกระถางใบนี้ ด้วยประสงค์จะทำการอนุเคราะห์แก่บรรดาญาติโยมให้ได้นำไปใช้ดื่มหรืออาบ เพื่อความศิริมงคลในชีวิตสืบไป” 

กระถางน้ำพระพุทธมนต์วัดประดู่ พระอารามหลวง บนศาลามหาปราบ วัดประดู่
กระถางน้ำพระพุทธมนต์วัดประดู่ พระอารามหลวง บนศาลามหาปราบ วัดประดู่

แม้ครั้งแรกที่ได้มาวัดแห่งนี้ ด้วยเจตนาแรกคือมาเยี่ยมชมตลาดร่มบวร แต่เมื่อเยี่ยมชมภายในวัด กราบนนัสการพระในวัดแล้ว ผู้เขียนสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเก่าแก่และความมีศิลปะ กลิ่นอายของศิลปกรรมที่รายล้อมอยู่ภายในวัด ที่เกิดจากช่างฝีมือยุคต่างๆที่ผสานทั้งความเก่าและความใหม่ได้อย่างลงตัว นอกจากจะได้รับรู้เพิ่มเติมเรื่องราวเกี่ยวกับเวทวิทยาอาคม ความเข้มขลังที่พระภาวนาวิสุทธิโสภณ หรือหลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์รับสืบทอดมาแต่ครั้งบรรพกาล รวมถึงความน่าเลื่อมใสของเกจิอาจารย์ในอดีต อย่างหลวงปู่แจ้ง หลวงปู่แจ่ม และเกจิอีกหลายท่านในลุ่มน้ำแม่กลอง ยังได้รับรู้ถึงความศรัทธาในความสามารถในการจัดการทรัพยากรมรดกวัฒนธรรมของเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันที่ทำให้ประวัติศาสตร์ ศิลป วัฒนธรรม แห่งพื้นลุ่มน้ำแม่กลองได้คงอยู่อย่างยั่งยืนสืบต่อไปในอนาคตอีกด้วย


Bemyday @ วัดประดู่ อารามหลวง อัมพวา สมุทรสงคราม

บันทึก ๙ ก.พ. ๒๕๖๒ 

ภาพถ่ายจากกล้องมือถือ Samsung Note 5 


บทความอัพเดทล่าสุด

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

เดินเล่นริมคลอง ชมตลาดร่มบวร มองย้อนอดีต